ศาลแพ่งกรุงเทพมหานครมีคำพิพากษาล่าสุดที่สั่นสะเทือนวงการเพลงไทยเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 ในคดีข้อพิพาทเรื่องสิทธิในทำนองเพลงประกอบ โดยศาลตัดสินให้ผู้แต่งทำนองร้องหลักของเพลงโฆษณาชุดหนึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์การใช้ทำนองทั้งหมด และสั่งให้บริษัทผู้ผลิตสื่อซึ่งนำเพลงดังกล่าวไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตชดใช้ค่าเสียหายบางส่วน
ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่
โจทก์ในคดีนี้คือ นายอาทิตย์ เมธาวี ผู้ประพันธ์ทำนองเพลงประกอบโฆษณา ที่ยื่นฟ้องบริษัท โปรดิวซ์ซิ่งมีเดีย จำกัด (จำลอง) หลังจากพบว่าเพลงทำนองของตนถูกนำไปใช้ประกอบวิดีโอประชาสัมพันธ์ของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดในช่วงกลางปี 2024 แต่คดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจนถึงคำพิพากษาเมื่อ 22 ตุลาคม 2025 ที่ศาลแพ่ง กรุงเทพมหานคร
ประเด็นข้อพิพาท
ข้อโต้แย้งหลักคือการตีความว่า “ทำนอง” ของเพลงประกอบมีลักษณะเพียงพอต่อการคุ้มครองภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์หรือไม่ และการใช้เพลงประกอบร่วมกับ Stock Footage หรือคลิปที่ซื้อสิทธิ์จากผู้ให้บริการภายนอกจะทำให้ผู้ซื้อ/ผู้ใช้ได้รับสิทธิ์ในการใช้ทำนองด้วยหรือไม่ ฝ่ายจำเลยระบุว่าได้ซื้อแพ็กเกจ Stock Footage และไลบรารีเสียงจากผู้ให้บริการรายหนึ่ง รวมถึงเชื่อมั่นว่าแพลตฟอร์มแพ็กเกจดังกล่าวมอบสิทธิในการใช้งานอย่างครอบคลุม
คำพิพากษาและเหตุผลสั้น ๆ
ศาลเห็นว่าทำนองเพลงมีองค์ประกอบเฉพาะตัวเพียงพอที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และการซื้อ Stock Footage หรือไฟล์เสียงจากเว็บไซต์ภายนอกจะไม่ทำให้ผู้ซื้อได้รับสิทธิ์ในผลงานต้นฉบับโดยอัตโนมัติ เว้นแต่มีสัญญาอนุญาตที่ชัดเจนว่าครอบคลุมสิทธิ์ดังกล่าว ศาลจึงสั่งให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าเสียหายและหยุดเผยแพร่คลิปที่มีเพลงดังกล่าวจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากโจทก์
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
คุณ เขมะศิริ นิชชากร ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและ Partner ที่ Baker McKenzie Bangkok ให้ความเห็นว่า “คำพิพากษานี้เน้นย้ำว่า การซื้อ Stock Footage หรือไลบรารีเสียงไม่เท่ากับการได้สิทธิ์ในทำนองหรือเมโลดี้ที่อาจมีเจ้าของแยกต่างหาก บริษัทและผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องตรวจสอบขอบเขตของใบอนุญาตให้ชัดเจน และควรมีการขอสิทธิ์จากผู้แต่งหรือเจ้าของผลงานต้นฉบับหากมีข้อสงสัย”
บทบาทของแพลตฟอร์มและเครื่องมือแจ้งเตือน
คดีนี้เริ่มต้นจากการที่วิดีโอโฆษณาถูกแจ้งสิทธิ์ผ่านระบบ YouTube Content ID ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบว่าเพลงที่ใช้มีเจ้าของสิทธิ์หรือไม่ การใช้ระบบตรวจจับของแพลตฟอร์มช่วยให้เจ้าของผลงานสามารถยื่นคำร้องได้รวดเร็ว แต่แพลตฟอร์มเองอาจไม่สามารถตัดสินข้อพิพาทเชิงกฎหมายแทนศาลได้
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
คำพิพากษาครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงผู้สร้างคอนเทนต์ โฆษณา และค่ายผลิตสื่อให้ระมัดระวังมากขึ้นเมื่อใช้เพลงประกอบหรือไฟล์เสียงจากไลบรารี นอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้ผู้ให้บริการ Stock Footage ปรับปรุงสัญญาอนุญาตให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสิทธิที่โอนหรือมอบให้ผู้ซื้อ
คำถามที่คนมักถาม: เพลงติดลิขสิทธิ์ คือ?
เพลงติดลิขสิทธิ์ คือ ผลงานเพลงที่มีผู้สร้างสรรค์หรือผู้ถือลิขสิทธิ์ ซึ่งการนำไปใช้ เผยแพร่ หรือดัดแปลงต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ หากไม่มีการอนุญาตการใช้งานนั้นถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
แนวทางการใช้เพลงประกอบและ Stock Footage ไม่ให้ละเมิดลิขสิทธิ์
- ตรวจสอบสัญญาอนุญาตให้ละเอียด: ระบุชัดว่าผู้ให้สิทธิ์มอบสิทธิ์ด้านเมโลดี้ ทำนอง คำร้อง หรือเฉพาะสิทธิ์การใช้เชิงพาณิชย์เท่านั้น
- ขออนุญาตจากผู้แต่งหรือเจ้าของผลงานต้นฉบับเมื่อมีข้อสงสัย โดยเฉพาะกรณีทำนองที่มีลักษณะเฉพาะตัว
- ใช้บริการไลเซนส์ที่ชัดเจน: เลือกแพลตฟอร์มที่มีการรับประกันสิทธิ์หรือการชดเชยในกรณีข้อพิพาท
- เก็บหลักฐานการซื้อและข้อตกลงการอนุญาตไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- เมื่อแพลตฟอร์มแจ้งเตือน (เช่น YouTube Content ID) ให้หยุดการใช้งานชั่วคราวและตรวจสอบสิทธิ์ก่อนดำเนินการต่อ
สรุป
คำพิพากษาล่าสุดเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์เพลงประกอบชี้ให้เห็นว่า “ทำนอง” เป็นองค์ประกอบที่ได้รับการคุ้มครอง และการใช้ Stock Footage หรือไลบรารีเสียงไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ได้รับสิทธิ์ในทำนองโดยอัตโนมัติ เหตุการณ์นี้นับเป็นเตือนใจให้ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และผู้ประกอบการสื่อมีความรอบคอบในการตรวจสอบสิทธิ์และสัญญาเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์
